เศษส่วนและทศนิยม
สารบัญ
- ความหมายของเศษส่วน
- ประเภทของเศษส่วน
- เศษส่วนที่เป็นลบ
- การเปรียบเทียบเศษส่วน
- การบวกลบเศษส่วน
- การคูณเศษส่วน
- การหารเศษส่วน
- ความหมายของทศนิยม
- การเปรียบเทียบทศนิยม
- การบวกลบทศนิยม
- การคูณหารทศนิยม
- ประเภทของทศนิยม
- ความสัมพันธ์ของเศษส่วนและทศนิยม
ความหมายของเศษส่วน
ในบทเรียนเรื่องจำนวนเต็ม เราทราบว่า จำนวนเต็มมีสมบัติปิดการบวก (รวมไปถึงการลบ เพราะถือเป็นการบวกด้วยจำนวนเต็มลบด้วย) และมีสมบัติปิดการคูณ แต่สำหรับการหารจำนวนเต็ม ผลหารมีได้ทั้งที่เป็นจำนวนเต็ม (การหารนั้นลงตัว) หาค่าไม่ได้ (การหารด้วยศูนย์) และ จำนวนที่ไม่เป็นจำนวนเต็ม (การหารที่ไม่ลงตัว) ซึ่งจำนวนประเภทนี้ สามารถอธิบายในรูปเศษส่วนและทศนิยมได้
เศษส่วน (Fraction) หมายถึง รูปแบบการเขียนจำนวนไม่เต็มหน่วยจากการหาร ซึ่งเรียกตัวตั้งหารว่า ตัวเศษ (Numerator) และเรียกตัวหารว่า ตัวส่วน (Denominator)
กำหนดให้ เป็นจำนวนใด ๆ โดยที่ ไม่เป็นศูนย์
เศษส่วนจะอยู่ในรูป
ซึ่งมีค่าเท่ากับ
ประเภทของเศษส่วน
เพื่อสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเศษส่วน ในหัวข้อ ประเภทของเศษส่วน นี้ จะอธิบายโดยใช้ จำนวนนับ เป็นขอบเขตการอธิบายเท่านั้น สามารถใช้ความเข้าใจส่วนนี้เพื่อต่อยอดความเข้าใจเกี่ยวกับเศษส่วนที่เป็นลบได้หลังจากหัวข้อนี้
เศษส่วนสามัญ (Common Fraction)
กำหนดให้ เป็นจำนวนนับ เศษส่วนสามัญอยู่ในรูป
เศษส่วนสามัญ ยังแบ่งได้เป็นสองประเภท ได้แก่
เศษส่วนแท้ (Proper Fraction) หมายถึง เศษส่วนสามัญ โดยที่
เศษส่วนเกิน (Improper Fraction) หมายถึง เศษส่วนสามัญ โดยที่
บางตำราไม่นับรวมกรณีที่ตัวเศษเท่ากับตัวส่วน เพราะผลหารก็คือ
จำนวนคละ (Mixed Number)
กำหนดให้ เป็นจำนวนนับ โดยมี เป็นเศษส่วนแท้
จำนวนคละอยู่ในรูป
ซึ่งมีค่าเท่ากับ
อีกนัยหนึ่ง จำนวนคละก็คือเศษส่วนเกินที่เขียนอยู่ในรูปของผลบวกจำนวนเต็มกับเศษส่วนแท้
ขั้นตอนการแปลงเศษส่วนเกินเป็นจำนวนคละ
- หารตัวเศษด้วยตัวส่วน
- หาผลลัพธ์จำนวนเต็ม และเศษเหลือ
- ผลลัพธ์จำนวนเต็มที่ได้คือส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม และเศษเหลือที่ได้คือตัวเศษ และตัวหารคือตัวส่วน
ขั้นตอนการแปลงจำนวนคละเป็นเศษส่วนเกิน
- คูณจำนวนเต็มของจำนวนคละด้วยตัวส่วน
- ตัวเศษของเศษส่วนเกิน ได้จากผลรวมผลลัพธ์จากข้อ 1. และตัวเศษจากจำนวนคละ ตัวส่วนของผลลัพธ์ใช้ตัวส่วนเดิม
เศษส่วนซ้อน (Complex Fraction)
เป็นเศษส่วนที่มีตัวเศษ หรือตัวส่วนมีส่วนประกอบของนิพจน์เป็นเศษส่วนอีกที เช่น
ส่วนกลับของเศษส่วน
กำหนดให้ เป็นเศษส่วน
ส่วนกลับ (Inverse) ของเศษส่วน แทนด้วย หรือ
กรณีเป็นจำนวนนับ เมื่ออยู่ในรูปเศษส่วน ตัวส่วนมีค่าเป็น เช่น ส่วนกลับของจำนวนนับ จะได้เป็น
เศษส่วนที่เทียบเท่ากัน
กำหนดให้ และ เป็นเศษส่วน
เป็นเศษส่วนที่เทียบเท่ากับ ถ้ามีจำนวนนับ
ที่ทำให้ หรือ
เศษส่วนอย่างต่ำ
กำหนดให้ เป็นเศษส่วนสามัญ
เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ ถ้า ห.ร.ม. ของ เป็น
เศษส่วนที่เป็นลบ
กำหนดให้ เป็นเศษส่วน
จะได้ เป็นจำนวนตรงข้ามของ ซึ่ง
ด้วยรูปแบบนี้ หากมีตัวเศษ หรือตัวส่วนเป็นจำนวนลบ เราสามารถแปลงรูปให้เครื่องหมายลบตามสถานการณ์ โดยถือให้เศษส่วนนั้น ยังมีคุณสมบัติตามหัวข้อที่แล้วได้
การเปรียบเทียบเศษส่วน
กำหนดให้ เป็นจำนวนเต็ม โดยที่ ไม่เป็นศูนย์
กรณีตัวส่วนเท่ากัน
นำตัวเศษมาเปรียบเทียบกัน ตัวเศษที่มากกว่า จะทำให้เศษส่วนนั้นมีค่ามากกว่า ถ้า แล้ว
กรณีตัวส่วนไม่เท่ากัน
คูณทั้งเศษและส่วนแต่ละจำนวน ด้วยตัวส่วนของเศษส่วนอีกจำนวน เพื่อทำให้ตัวส่วนเท่ากัน แล้วใช้วิธีแรกในการเปรียบเทียบ
ถ้า แล้ว
การบวกลบเศษส่วน
กำหนดให้ เป็นจำนวนเต็ม โดยที่ ไม่เป็นศูนย์
กรณีตัวส่วนเท่ากัน
นำตัวเศษมาบวก (ลบ) กันได้เลย ตัวส่วนยังคงเดิม
กรณีตัวส่วนไม่เท่ากัน
คูณทั้งเศษและส่วนแต่ละจำนวน ด้วยตัวส่วนของเศษส่วนอีกจำนวน เพื่อทำให้ตัวส่วนเท่ากัน แล้วใช้วิธีแรกในการบวก (ลบ)
การคูณเศษส่วน
กำหนดให้ เป็นจำนวนเต็ม โดยที่ ไม่เป็นศูนย์
สามารถนำตัวเศษคูณกัน และตัวส่วนคูณกันได้เลย
กรณีคูณเศษส่วนกับจำนวนเต็ม เนื่องจาก จำนวนเต็ม มีค่าเท่ากับ จะได้ว่า
การหารเศษส่วน
กำหนดให้ เป็นจำนวนเต็ม โดยที่ ไม่เป็นศูนย์
การหารด้วยเศษส่วน มีค่าเท่ากันกับการคูณด้วยส่วนกลับของเศษส่วน
ความหมายของทศนิยม
ทศนิยม (Decimal) หมายถึง รูปแบบการเขียนจำนวนไม่เต็มหน่วยอีกประเภทหนึ่ง ประกอบด้วยส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม และส่วนที่เป็นทศนิยม ซึ่งคั่นด้วยจุดที่เรียกว่า จุดทศนิยม (Decimal point)
กำหนดให้ เป็นจำนวนเต็ม และ เป็นเลขโดด
ทศนิยมจะอยู่ในรูป
โดยเลขห้อยแต่ละตัวแสดงถึงตำแหน่งของทศนิยม และยังมีค่าเท่ากับ
จะเห็นว่า รูปแบบการเขียนทศนิยม จะคล้ายกับการเขียนจำนวนคละในเศษส่วน ซึ่งส่วนไม่เต็มหน่วยของทศนิยม เปรียบเสมือนเศษส่วนแท้ในจำนวนคละ
การเปรียบเทียบทศนิยม
เราสามารถเปรียบเทียบเศษส่วนได้ตามขั้นตอนดังนี้
- เปรียบเทียบเฉพาะส่วนจำนวนเต็ม จำนวนเต็มที่มากกว่าจะทำให้ทศนิยมมีค่ามากกว่า
- หากส่วนจำนวนเต็มเท่ากัน ให้เปรียบเทียบจากทศนิยมทีละตำแหน่งจากซ้ายไปขวา (เริ่มจากทศนิยมตำแหน่งแรก หรือตำแหน่งที่อยู่ใกล้จุดทศนิยมที่สุด) เลขโดดที่มากกว่าจะทำให้ทศนิยมมีค่ามากกว่า
- กรณีที่จำนวนตำแหน่งทศนิยมมีน้อยกว่าอีกจำนวน ให้ถือว่าตำแหน่งต่อไปคือเลขโดด เช่น
การบวกลบทศนิยม
ใช้หลักการเดียวกันกับการบวกลบจำนวนเต็ม เพียงแต่ต้องตั้งจุดทศนิยมให้ตรงกัน ตำแหน่งทศนิยมที่ขาดไปให้ถือเป็น
การคูณหารทศนิยม
ใช้หลักการเดียวกันกับการคูณหารจำนวนเต็ม เพียงแต่ในการคูณ หาผลรวมจำนวนตำแหน่งทศนิยม (สมมติเป็น ) ทำการถอดจุดทศนิยมออกไป แล้วทำการคูณเหมือนกับการคูณจำนวนเต็ม ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ ให้ใส่จุดทศนิยมในตำแหน่งที่ทำให้ผลลัพธ์เป็นทศนิยม ตำแหน่ง และในการหาร ทำการเลื่อนจุดทศนิยมทั้งสองจำนวนไปพร้อมกันจนกว่าทั้งสองจำนวนจะเป็นจำนวนเต็ม
ประเภทของทศนิยม
ทศนิยมรู้จบ
ทศนิยมรู้จบ (Terminating Decimal) คือ ทศนิยมที่มีตำแหน่งทศนิยมเป็นจำนวนจำกัด หรือสามารถบอกได้แน่ชัดว่ามีทศนิยมกี่ตำแหน่ง (ไม่รวมเลขโดดศูนย์ต่อท้ายทศนิยมที่สามารถมีได้เป็นจำนวนอนันต์) เช่น
ทศนิยมไม่รู้จบ
ทศนิยมไม่รู้จบ (Non-Terminating Decimal) คือ ทศนิยมที่มีตำแหน่งทศนิยมเป็นจำนวนอนันต์ หรือไม่สามารถบอกได้ว่ามีทศนิยมกี่ตำแหน่ง เช่น
ทศนิยมไม่รู้จบสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทย่อย ได้แก่
-
ทศนิยมซ้ำ (ไม่รู้จบ) (Recurring Decimal) คือ ทศนิยมไม่รู้จบที่มีรูปแบบซ้ำกันไปเรื่อย ๆ เช่น ( ซ้ำไม่สิ้นสุด) หรือ ( ซ้ำไม่สิ้นสุด)
เราสามารถเขียนจุด หรือขีดบนเลขโดดทศนิยมที่ซ้ำ เพื่อบอกรูปแบบซ้ำได้ เช่น กรณีซ้ำเป็นชุดตัวเลข หากใช้ระบบจุด เขียนจุดที่จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดรูปแบบ หากใช้ระบบขีด ขีดเส้นลากยาวครอบรูปแบบ เช่น
-
ทศนิยมไม่ซ้ำไม่รู้จบ (Non-Recurring, Non-Terminating Decimal) คือ ทศนิยมไม่รู้จบที่ไม่มีรูปแบบซ้ำ หรือคาดเดารูปแบบได้แต่ไม่ได้ซ้ำกันเลย เช่น ,
เป็นทศนิยมไม่ซ้ำไม่รู้จบ (คาดเดารูปแบบได้ แต่ไม่ได้ซ้ำ)
ความสัมพันธ์ของเศษส่วนและทศนิยม
จากหัวข้อที่ผ่าน ๆ มา ทำให้ทราบว่าทศนิยมคือการเขียนเศษส่วนในอีกรูปแบบหนึ่ง กล่าวคือ เศษส่วนทุกจำนวนสามารถแปลงให้เป็นทศนิยมได้ โดยสามารถทำได้ผ่านการหารตัวเศษด้วยตัวส่วนนั่นเอง แต่ในทางกลับกัน มีเพียงทศนิยมบางจำนวนเท่านั้นที่สามารถแปลงให้เป็นเศษส่วนได้
เศษส่วนทุกจำนวนสามารถแปลงเป็นทศนิยมได้
ทศนิยมรู้จบทุกจำนวนสามารถแปลงเป็นเศษส่วนได้
ทศนิยมรู้จบสามารถแปลงเป็นเศษส่วนได้ โดยการหาค่าประจำหลักจากจำนวนตำแหน่งทศนิยมเพื่อนำมาเป็นตัวเศษ แล้วนำค่าทศนิยมเป็นตัวเศษ สำหรับส่วนจำนวนเต็มสามารถนำเข้ามาเป็นจำนวนคละได้เลย
| ชื่อค่าประจำหลัก | ค่าประจำหลักแบบเศษส่วน | ค่าประจำหลักแบบทศนิยม |
|---|---|---|
| ... | ... | ... |
| หลักร้อย | ||
| หลักสิบ | ||
| หลักหน่วย | ||
| หลักส่วนสิบ | ||
| หลักส่วนร้อย | ||
| หลักส่วนพัน | ||
| หลักส่วนหมื่น |
เช่น
ทศนิยมซ้ำทุกจำนวนสามารถแปลงเป็นเศษส่วนได้
ทศนิยมซ้ำสามารถแปลงเป็นเศษส่วนได้ โดยการหาเศษส่วนจากระบบสมการ
ตัวอย่าง
ให้
นำ จะได้
ดังนั้น
ตัวอย่าง
ให้
โดยให้
นำ จะได้
ดังนั้น
ทศนิยมไม่ซ้ำทุกจำนวนไม่สามารถแปลงเป็นเศษส่วนได้
ทศนิยมไม่ซ้ำไม่สามารถใช้หลักการจากหัวข้อก่อนหน้าได้ ทำให้ไม่สามารถแปลงเป็นเศษส่วนได้ ซึ่งความแตกต่างกันนี้ ทำให้ทศนิยมไม่ซ้ำ ถูกเรียกว่า จำนวนอตรรกยะ (Irrational Number) ซึ่งหมายถึงจำนวนที่ไม่สามารถทำให้อยู่ในรูปเศษส่วนได้ ซึ่งจะได้รู้จักในบทเรียนเรื่องจำนวนจริง (Real Number)
