เซตเบื้องต้น
สารบัญ
- ความหมายของเซต
- สมาชิกของเซต
- การเขียนเซต
- ประเภทของเซต
- เซตของจำนวน
- จำนวนสมาชิกในเซต
- เซตว่าง
- เอกภพสัมพัทธ์
- เซตที่เท่ากัน และเซตที่เทียบเท่ากัน
- สับเซต (เซตย่อย)
- เพาเวอร์เซต (เซตกำลัง)
- แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์
- การดำเนินการบนเซต
- การประยุกต์ของจำนวนสมาชิก
ความหมายของเซต
เซต (Set) หมายถึง สิ่งที่แสดงถึงกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ ที่สนใจ โดยสามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่าสิ่งนั้นอยู่ในกลุ่มหรือไม่ เช่น เซตของผลไม้ เราบอกได้ว่าแมวไม่อยู่ในเซตของผลไม้ และแตงโมอยู่ในเซตของผลไม้ หรือกลุ่มของคนที่มีฐานะรวย สิ่งนี้ไม่เป็นเซต เพราะมีความคลุมเครือตรงที่บอกไม่ได้ว่าคนที่มีฐานะรวยต้องรวยแค่ไหน ในทางคณิตศาสตร์ เราใช้เซตเพื่ออธิบายกลุ่มของจำนวน หรือกลุ่มของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์อื่น ๆ
สมาชิกของเซต
สิ่งที่อยู่ในเซตเรียกว่า สมาชิก (Element หรือ Member) โดยใช้สัญลักษณ์ เพื่อระบุว่าสิ่งนั้นเป็นสมาชิกในเซต
ข้อความ " เป็นสมาชิกในเซต " แทนด้วยสัญลักษณ์
ข้อความ " เป็นไม่สมาชิกในเซต " แทนด้วยสัญลักษณ์
การเขียนเซต
เซตสามารถเขียนได้สองรูปแบบ
แบบแจกแจง (Tabular form) : เขียนแจกแจงทุกสมาชิกในเซตภายใต้ คั่นด้วย
- เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า แทนด้วย
- เซตของจำนวนเต็มบวกที่มากกว่า แทนด้วย
แบบบอกเงื่อนไข (Set builder form) : เขียนสมาชิกตัวแทนเพื่อกำหนดขอบเขต คั่นด้วย หรือ แล้วบอกเงื่อนไขภายในเซต
- เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า แทนด้วย
- เซตของจำนวนเต็มบวกที่มากกว่า แทนด้วย
เรามักใช้อักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่เพื่อแทนเซต
ประเภทของเซต
เซตแบ่งออกเป็นสองประเภทตามจำนวนสมาชิก ดังนี้ เซตจำกัด (Finite set) หมายถึง เซตที่มีจำนวนสมาชิกเป็นศูนย์หรือจำนวนนับที่บอกเป็นจำนวนแน่นอนได้ เช่น เซตของวันในสัปดาห์ เซตของแบรนด์น้ำดื่มในไทย
เซตอนันต์ (Infinite set) หมายถึง เซตที่ไม่เป็นเซตจำกัด กล่าวคือบอกจำนวนที่แน่นอนไม่ได้ว่ามีเท่าใด เช่น เซตของจำนวนจริงที่อยู่ระหว่าง กับ เซตของจำนวนเต็ม
เซตของจำนวน
เซตดังต่อไปนี้กำหนดชื่อไว้ เพื่อให้เข้าใจตรงกันเท่านั้น บางแห่งอาจจะใช้สัญลักษณ์อื่นในการสื่อความหมาย
| เซต | สัญลักษณ์ |
|---|---|
| จำนวนนับ (จำนวนเต็มบวก) | |
| จำนวนเต็ม | |
| จำนวนตรรกยะ | |
| จำนวนอตรรกยะ | |
| จำนวนจริง | |
| จำนวนเชิงซ้อน |
จำนวนสมาชิกในเซต
กำหนดให้ เป็นเซต
จำนวนสมาชิกในเซต แทนด้วย หรือ
สมาชิกในเซตที่ซ้ำกันนับเป็นตัวเดียวกัน เช่น มีค่าเท่ากับ ซึ่งได้
เซตว่าง
กำหนดให้ เป็นเซต
ถ้า หรือเซต ไม่มีสมาชิกใด ๆ เลยอยู่ในเซต แล้วเราจะเรียกเซต ว่าเป็นเซตว่าง (Empty set) แทนด้วยสัญลักษณ์ หรือ
เซตของเซตว่างไม่เป็นเซตว่าง
เอกภพสัมพัทธ์
เอกภพสัมพัทธ์ (Relative universe) หมายถึงขอบเขตของสมาชิกสำหรับใช้ในแต่ละเซตที่อยู่ภายใต้เอกภพสัมพัทธ์นั้น แทนด้วยสัญลักษณ์
ตัวอย่าง กำหนดให้เอกภพสัมพัทธ์เป็น และเซต เป็นเซตภายใต้เอกภพสัมพัทธ์ โดย เป็นเซตของจำนวนเต็มที่มากกว่า จงแจกแจงสมาชิกในเซต
จากโจทย์ เซต เมื่อแจกแจงแล้วจะได้ แต่เนื่องจาก A เป็นเซตภายใต้ ดังนั้น สมาชิกในเซต มีเพียงแค่ ตัวเดียวเท่านั้น ( ไม่ได้อยู่ใน )
ดังนั้น
โดยทั่วไปแล้วหากไม่กำหนดเอกภพสัมพัทธ์ ให้ถือว่าเอกภพสัมพัทธ์คือเซตของจำนวนจริง
เซตที่เท่ากัน และเซตที่เทียบเท่ากัน
กำหนดให้ เป็นเซต
และ จะเป็นเซตที่เท่ากัน (Equal set) ก็ต่อเมื่อ ทุก ๆ สมาชิกในเซต เป็นสมาชิกในเซต และทุก ๆ สมาชิกในเซต เป็นสมาชิกในเซต กล่าวคือ ทั้งสองเซตต้องมีจำนวนสมาชิกเท่ากัน และสมาชิกเหมือนกันทุกประการ แทนด้วย
และ จะเป็นเซตที่เทียบเท่ากัน (Equivalent set) ก็ต่อเมื่อ ทั้งสองเซตมีจำนวนสมาชิกเท่ากัน แทนด้วย
เซตคู่ใดเป็นเซตที่เท่ากัน ย่อมเป็นเซตที่เทียบเท่ากันด้วย
สับเซต (เซตย่อย)
กำหนดให้ เป็นเซต
จะเป็น สับเซต หรือเซตย่อย (Subset) ของ ก็ต่อเมื่อ ทุก ๆ สมาชิกในเซต เป็นสมาชิกของเซต แทนด้วย
ถ้า ไม่เป็นสับเซตของ แทนด้วย
ตัวอย่าง กำหนดให้ และ เซต เป็นสับเซตของเซต เพราะ เป็นสมาชิกในเซต ทั้งหมด แต่เซต ไม่เป็นสับเซตของเซต เพราะมี ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกในเซต
บางแห่งอาจทำให้รัดกุมขึ้น โดยใช้สัญลักษณ์ แทนความหมายว่า A เป็น สับเซตแท้ (Proper subset) ของ ซึ่งหมายถึง " จะเป็นสับเซตได้ ก็ต่อเมื่อ ทุก ๆ สมาชิกในเซต เป็นสมาชิกในเซต และ " แต่จะใช้สัญลักษณ์ แทนสับเซตที่อนุญาตให้เซตเท่ากันได้
ในที่นี้จะใช้สัญลักษณ์แบบรัดกุมเพื่อให้เข้าใจความหมายโดยแท้ แต่ในความเป็นจริง หากไม่มีข้อกำหนดเอาไว้ ก็ให้ถือว่า แทนสับเซตที่เท่ากันได้ (อิงตามหนังสือเรียนระดับมัธยม)
สับเซตทั้งหมด
เราสามารถหาสับเซตทั้งหมดในเซตได้ โดยการเลือกสมาชิกในเซตแบบไม่สนใจตำแหน่งที่เป็นไปได้มาทั้งหมด เพื่อสร้างเป็นเซตใหม่ที่เป็นสับเซตของเซตตั้งต้น
ตัวอย่าง จงหาสับเซตทั้งหมดของเซต
จากเซต เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ : หรือ เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ : เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ : เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ :
ดังนั้น สับเซตที่เป็นไปได้ทั้งหมดของ ได้แก่
เซตว่างเป็นสับเซตของทุกเซต
เซตว่างเป็นสับเซตแท้ของทุกเซต ยกเว้นเซตที่เป็นเซตว่าง
เซตทุกเซตเป็นสับเซตของตัวมันเอง
เซตทุกเซตไม่เป็นสับเซตแท้ของตัวมันเอง
ถ้า เป็นเซตและมีจำนวนสมาชิก ตัว แล้วจำนวนสับเซตทั้งหมดที่เป็นไปได้ของ เป็น และจำนวนสับเซตแท้ทั้งหมดที่เป็นไปได้ของ เป็น
เพาเวอร์เซต (เซตกำลัง)
กำหนดให้ เป็นเซต เพาเวอร์เซต (Power set) หรือเซตกำลังของ หมายถึง เซตของสับเซตที่เป็นไปได้ทั้งหมดของเซต แทนด้วย
ตัวอย่าง จงหา
เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ : หรือ เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ : เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ :
ดังนั้น
ตัวอย่าง จงหาจำนวนสมาชิกของเซตกำลังของเซตว่าง
เลือกสมาชิกในเซตมา ตัวเพื่อสร้างเซตใหม่ : หรือ
จะได้
ดังนั้น
หรือหาโดยตรงได้เลยจาก
แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์
แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์ (Venn - Euler diagram) เป็นแผนภาพที่ใช้แสดงความสัมพันธ์ของเซต โดยมีส่วนประกอบของแผนภาพเพียงสองสิ่ง ได้แก่ กรอบสี่เหลี่ยมมุมฉาก ใช้แทนเอกภพสัมพัทธ์ และรูปปิด (ส่วนใหญ่ใช้เป็นวงกลม หรือวงรี) ใช้แทนเซตในเอกภพสัมพัทธ์
ตัวอย่างแผนภาพ
กำหนดเอกภพสัมพัทธ์จำนวนจริง

การดำเนินการบนเซต
ยูเนียน (ส่วนรวมเซต)
ยูเนียน (Union) หรือส่วนรวมของเซต เป็นการดำเนินการบนเซตที่สร้างเซตใหม่โดยการนำสมาชิกในแต่ละเซตในการยูเนียนมารวมกัน แทนการยูเนียนด้วยสัญลักษณ์
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ ยูเนียนระหว่างเซต และเซต ได้ผลลัพธ์เป็นเซตใหม่โดยมีสมาชิกในเซตมาจากเซต หรือมาจากเซต แทนด้วยนิพจน์
แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์ต่อไปนี้ ส่วนที่ลงสีคือการยูเนียน

สมบัติของยูเนียน
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ
ถ้า แล้ว หรือ ทำให้ได้สมบัติ
ถ้า แล้ว
(สอดคล้องกับสมบัติก่อนหน้าเพราะ )
(สอดคล้องกับสมบัติก่อนหน้าเพราะ )
อินเตอร์เซกชัน (ส่วนร่วมเซต)
อินเตอร์เซกชัน (Intersection) หรือส่วนร่วมของเซต เป็นการดำเนินการบนเซตที่จะตัดสมาชิกที่ปรากฏในเซตหนึ่ง แต่ไม่ปรากฏในเซตอื่น ๆ ในการอินเตอร์เซกชัน เมื่อตัดสมาชิกจนหมดแล้ว จะเหลือเพียงสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทุก ๆ เซตเท่านั้น แทนการอินเตอร์เซกชันด้วยสัญลักษณ์
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ อินเตอร์เซกชันระหว่างเซต และเซต ได้ผลลัพธ์เป็นเซตใหม่โดยมีสมาชิกในเซตมาจากเซต และมาจากเซต แทนด้วยนิพจน์
แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์ต่อไปนี้ ส่วนที่ลงสีคือการอินเตอร์เซกชัน

สมบัติของอินเตอร์เซกชัน
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ
ถ้า แล้ว หรือ ทำให้ได้สมบัติ
ถ้า แล้ว
(สอดคล้องกับสมบัติก่อนหน้าเพราะ )
(สอดคล้องกับสมบัติก่อนหน้าเพราะ )
สมบัติการแจกแจงของยูเนียน และอินเตอร์เซ็กชัน
คอมพลีเมนต์ (ส่วนเติมเต็ม)
คอมพลีเมนต์ (Complement) หรือส่วนเติมเต็ม เป็นการดำเนินการบนเซตที่เท่ากับการหาผลต่างระหว่างเอกภพสัมพัทธ์กับเซตตั้งต้น โดยใช้เอกภพสัมพัทธ์ตั้ง แทนคอมพลีเมนต์ด้วยสัญลักษณ์
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ คอมพลีเมนต์ของเซต ได้ผลลัพธ์เป็นเซตใหม่โดยมีสมาชิกในเซตมาจากเอกภพสัมพัทธ์ แต่ไม่ได้จากเซต แทนด้วยนิพจน์
แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์ต่อไปนี้ ส่วนที่ลงสีคือคอมพลีเมนต์ของ

สมบัติของคอมพลีเมนต์
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ
De Morgan's law
>
ผลต่างเซต
ผลต่างเซต (Difference) เป็นการดำเนินการบนเซตที่จะตัดสมาชิกที่ซ้ำกับเซตอื่นออกจากเซตตั้งต้น แทนผลต่างเซตด้วยสัญลักษณ์
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ อินเตอร์เซกชันระหว่างเซต และเซต ได้ผลลัพธ์เป็นเซตใหม่โดยมีสมาชิกในเซตมาจากเซต แต่ไม่ได้จากเซต แทนด้วยนิพจน์
เสมอไป
แผนภาพของเวนน์ - ออยเลอร์ต่อไปนี้ ส่วนที่ลงสีคือผลต่างเซตของ

สมบัติของผลต่างเซต
กำหนดให้ เป็นเซต และ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของ
ถ้า แล้ว
ถ้า แล้ว
การประยุกต์ของจำนวนสมาชิก
กำหนดให้ เป็นเซตในเอกภพสัมพัทธ์
กรณีเซต เป็นเซตที่ไม่มีความเกี่ยวพันกัน (Disjoint set) กล่าวคือ จำนวนสมาชิกของ หาได้จากผลรวมของจำนวนสมาชิกของ กับ
ถ้า แล้ว
แต่กรณี เป็นเซตที่เกี่ยวพันกัน (Joint set) กล่าวคือ เนื่องจากผลรวมของจำนวนสมาชิกของ กับ นั้นรวมถึงส่วนที่ซ้ำกันด้วย (ส่วนที่เป็นสมาชิกของ ) ทำให้ได้ว่า
จะได้ว่า
ถ้า แล้ว
โดยในภาพรวมแล้ว แม้เซตจะไม่เกี่ยวพันกัน แต่เราทราบว่า ของกรณีนี้เป็น ทำให้ได้นิพจน์ทั่วไปคือ
กรณีเป็นเซตสามเซตที่เกี่ยวพันกัน เราจะได้
ตัวอย่าง จากการสัมภาษณ์คน คน พบว่ามี คนที่เลี้ยงหมา และ คนที่เลี้ยงแมว และคนที่ไม่ได้เลี้ยงสัตว์เหล่านี้ คน จงหาว่ามีกี่คนที่เลี้ยงทั้งหมาและแมว
สมมติให้ เป็นเอกภพสัมพัทธ์ของการสัมภาษณ์ในครั้งนี้
เป็นเซตของคนเลี้ยงหมา
เป็นเซตของคนเลี้ยงแมว
จากโจทย์ จะได้ว่า
จะได้
โจทย์ต้องการ
จาก
จะได้
แก้สมการแล้วจะได้
ดังนั้น มี คนที่เลี้ยงทั้งหมาและแมว
ตัวอย่าง จากการสำรวจนักเรียน คน พบว่า คน ชอบวิชาคณิตศาสตร์ คน ชอบวิชาวิทยาศาสตร์ คน ชอบวิชาภาษาอังกฤษ คน ชอบทั้งวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คน ชอบทั้งวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ คน ชอบทั้งวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ คน ชอบทั้งสามวิชา จงหาจำนวนคนที่ไม่ชอบทั้งสามวิชา
สมมติให้ เป็นเซตของคนที่ชอบวิชาคณิตศาสตร์
เป็นเซตของคนที่ชอบวิชาวิทยาศาสตร์
เป็นเซตของคนที่ชอบวิชาภาษาอังกฤษ
จากโจทย์ เราทราบว่า
และ
ซึ่งเราต้องการหา
จาก
จะได้
แก้สมการแล้วจะได้
ทำให้ได้
ดังนั้น ไม่มีใครเลยไม่ชอบทั้งสามวิชา
